2006/Feb/12

มีคนส่งเมล์นี้มาให้ค่ะ เป็นประโยชน์สำหรับทุกคน

ช่วยอ่านแล้วส่งต่อด้วยครับ...นี่เป็นเรื่องของน้องสาวแท้ๆของผมเอง

ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงจบโท MbA จากอเมริกาจะตกอยู่ในชะตากรรมแบบนี้..

เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากจับได้ว่าแฟนที่ทำงานอยู่ในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในโอไฮโอหลอกฟันน้องใหม่ที่ทำงานด้วยกันได้ระยะหนึ่ง น้องเอ(นามสมมติ) จึงตัดสินใจเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบกันมาเกือบ 7 ปี และตัดสินใจว่าจะไม่ไว้ใจผู้ชายที่ไหนอีกแล้ว
ถึงแม้ว่าแฟนหนุ่มจะขอคืนดีด้วยและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก
แต่น้องเอไม่ให้อภัย ..

หลังจากกลับมาทำงานที่ประเทศไทยชีวิตน้องเอประสบความสำเร็จแทบทุกด้าน
เพราะความที่มีดีกรีจบจากนอก และยังเป็นสาวสวย หุ่นดี ฉลาดปราดเปรียว
มีชายหนุ่มหน้าตาดี รำรวยหลายนายมาตามติดพัน
แต่น้องเอยังไม่กล้ารับรักใครซักคนเพราะยังเจ็บปวดจากแผลเดิม
เธอคิดว่ารักกับใคร่ผู้ชายส่วนมากหลงใหลกับความใคร่มากกว่า

วันหนึ่งฝนตกหนัก รถเธอเสียจำเป็นต้องจอดทิ้งไว้ที่ทำงาน เธอแย่งเรียกแท็กซี่กับคนอื่นๆด้วยความยากลำบากโดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าแท็กซี่คนนั้นจะขับพาเธอออกนอกเส้นทาง
เพื่อลวงเธอไปข่มขืนในเวลาต่อมา
เธอถูกทำร้ายแต่โชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยเธอไว้ได้ทันที่ข้างทาง
ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ และเข้ามาในจังหวะที่พอดี
จึงทำให้เธอประทับใจหนุ่มร่างสูงคนนั้นเข้าอย่างจัง
และเหมือนเป็นฟ้าประทาน คนดีๆมาให้เธอบ้านของเขาอยู่ห่างบ้านเธอเพียงไม่กี่ซอย เธอคิดว่าช่างบังเอิญที่ได้พบเขาหลายครั้งในวันต่อๆมา
ชายหนุ่มมีฐานะไม่รำรวยกว่าเธอแต่เป็นคนขยันเอาการเอางาน รวมทั้งเข้าอกเข้าใจนิสัยผู้หญิงเป็นอย่างดี ไม่นานนักเขาก็สามารถพิชิตใจน้องเอได้และได้เสียกันในเวลาต่อมา
น้องเอเคยคิดว่าจะไม่มีอะไรกับผู้ชายคนไหนอีกจนกว่าจะแต่งงาน
หลังจากที่เลิกกับแฟนเก่า
ดังนั้นน้องเอจึงเล่าให้ชายหนุ่มที่รักและไว้ใจฟังว่าเธออยากแต่งงานกับเขา
ชายหนุ่มไม่ปฎิเสธแต่ขอเวลาตั้งตัว 1 ปี

นับวันความรักและความไว้ใจในตัวหนุ่มคนรักจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ
จนวันหนึ่งน้องเอได้รับเมล์จากเพื่อน เป็นภาพน้องเอร่วมรักกับแฟนหนุ่มที่บ้าน ด้วยความตกใจและกัลวคิดอะไรไม่ออก ที่พึ่งก็คือแฟนหนุ่มคนเดียวเพราะเรื่องนี้น้องเอจะให้พ่อแม่รู้ไม่ได้จึงรีบโทรศัพท์นัดแนะกับแฟนหนุ่มเพื่อที่จะไปหาทันที
คืนนั้นหญิงสาวได้แต่ร้องไห้เมื่อรู้ว่าภาพนั้นเป็นฝีมือที่คนรักได้ตั้งกล้องอัตโนมัตไว้ถ่ายเองเพื่อเก็บไว้ดูเล่น แต่ถูกน้องชายขโมยไปโชว์เพื่อนจนในที่สุดก็โลดแล่นอยู่ในอินเตอร์เนต

น้องเอรับนำส้มจากแฟนหนุ่มมากินไปร้องไห้ไป ไม่ถึง 10 นาทีก็รู้สึกแปลกๆตัวและหน้าร้อนจัด อึดอัดที่หน้าอก และอยากมีเซ็กให้ได้ แฟนหนุ่มเข้ามากอดเธอและช่วยให้เธอสมหวัง แล้วเธอก็สลึมสะลือหลับไป
ขณะครึ่งหลับครึ่งตื่นเธอได้ยินเสียงแฟนหนุ่มคุยโทรศัพท์เริ่มไหวตัวแล้วเฮีย เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะอัดยาให้มันอีกตอนส่งตัวไปที่ห้องไอ้พวกนั้นมันจะได้อยากเยอะๆ,
เออ มันดันเห็นรูปในเน็ตซะก่อน แต่ไม่ต้องห่วงสินค้าดีๆแบบนี้ไม่พลาดหรอก.
พูดภาษาอังกฤษคล่องเลย ผมเคยฟังมันพูดกับ..

โดยไม่รอฟังจนจบน้องเอรู้แต่ว่าต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อ่อนแรงที่ขา
หล่อนล้มลงทำของบนโต๊ะหล่น คนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นแฟนรักเดินเข้ามารวดเดียวถึงตัวเธอแล้วฉีดยาให้ 1 เข็ม น้องเอพยายามดิ้นแต่ไม่มีแรง น้ำยาสีนำเงินวิ่งเข้าเส้นเลือดอย่างน่ากล้วแล้วความรู้สึกเจ็บปวดก็ตามมา จากนั้นเธอก็เริ่มร้อนอยากมีsex อีก ผู้ชายที่เธอเคยรักและไว้ใจที่สุดยืนมองเธอดิ้นทุรนทุรายอยู่เบื้องหน้าแล้วออกไป
สักพักก็มีผู้ชายอีก 2 คนเข้ามาข่มขืนเธอแล้วฉีดยาแบบเดิมให้เธออีกครั้ง จากนั้นเธอก็ถูกพาตัวไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งแถวนานา เธอทั้งกลัว ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น แต่ฤทธิ์ยาทำให้เธอไม่มีแรง มีแต่ความปราถนาทางกาย ก่อนที่เธอถูกนำไปส่งให้พวกแขกในห้อง เธอถูกฉีดยาอีก 1 เข็มและถูกขู่ว่ารูปที่เธอมี sex ด้วยความ เต็มใจในวันนี้ทั้งหมดจะถูกนำไปวางตามท้องตลาดถ้าเธอไปแจ้งตำรวจ

หลังจากวันนั้นน้องเอได้แต่กลัวผู้คนภายนอกไม่สามารถคุยกับใครและสบตาใครได้อย่างเดิมไม่นานภาพที่พวกมันเก็บไว้ก็ออกมาเป็นที่ฮือฮาของพวกวัยรุ่นที่ได้รับ forword
mail มาเป็นทอดๆโดยคิดว่าเป็นเรื่องสนุก และเป็นภาพสมยอมของผู้หญิงร่าน

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยชอบสะสมและ forword mail ทำนองนี้ไปให้เพื่อน แต่วันนี้มาเจอกับน้องสาวตัวเองเข้า ถึงได้รู้ว่ามันเจ็บเพียงไหน
พวกมันทำงานเป็นทีม ผมสู้คดีแต่แพ้ไป 3 รอบเพราะมีนักการเมืองหนุนพวกมันอยู่ เราถูกขู่ฆ่าทั้งครอบครัวอยู่ครับ

ช่วยกันหยุดการยำยีผู้หญิงดีๆเถอะครับ เมื่อเจอกับครอบครัวตัวเองผมจึงได้รู้
วอนทุกท่านอย่าสนับสนุนสื่อลามกและการขายตัวเลยครับ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรด้วย

2006/Feb/10

ในวัยเด็ก ฉันพบว่าตัวเองอกหักบ่อยครั้ง เพราะชอบรักเขาข้างเดียวอยู่ร่ำไป

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ฉันชอบที่จะเป็นฝ่ายรักก่อน มากกว่าที่จะถูกรัก

เมื่อใครเดินมารัก หากฉันคิดว่าไม่ใช่ หรือใจเราไม่ตรงกัน สิ่งที่ฉันจะทำคือสร้างความชัดเจนในสัมพันธภาพ

ให้อีกฝ่ายรู้ว่า เราเป็นเพื่อน และเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ โดยไม่จำเป็นที่ฉันต้องรักตอบ

เพราะความรักไม่ได้มีแบบเดียว และฉันเองก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใจตัวเอง

สำหรับฉันแล้ว เวลาไม่ได้ให้คำตอบสำหรับการจะรักใครหรือไม่รักใคร

ความรักเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล มันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว บางทีก็เพียงชั่วแวบของรอยยิ้มของใครสักคน

บางครั้งก็อาจจะเป็นความดีของการกระทำที่ต่อเนื่อง

แต่เมื่อใดก็ตาม ที่ฉันรู้สึกว่ารักใครเข้าให้แล้ว

ฉันก็จะดีใจ ที่อย่างน้อยหัวใจของฉันยังได้กระตุกไหวเสียบ้าง

ฉันดีใจ ที่ได้รู้ว่ามีอีกหนึ่งคนในโลกที่แสนจะถูกใจเรา แม้ว่าเขาจะไม่รักเราตอบก็ตามที

แต่ถ้าฉันรู้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว ฉันก็จะหยุดทันที เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้ตัวเองเสียโอกาสในการมองคนอื่นๆ อยู่บ้าง

ทุกวันนี้ ฉันดีใจที่ฉันมีคนให้รัก โดยที่ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ได้รับมานั้น เท่ากับที่ฉันให้ไปหรือไม่

แต่นั่นไม่จำเป็นเลยสำหรับฉัน เพราะการครอบครอง หรืออยากครอบครอง รังแต่จะเจ็บปวดจากการยึดติด

ฉันเพียงแต่ปล่อยให้ความสัมพันธ์เติบโตไป เหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉันจะไม่พร่ำถามว่า "เธอรักฉันหรือไม่" "เธอจะแต่งงานกับฉันหรือเปล่า"

ฉันเพียงแต่ถามตัวเองว่า "วันนี้ ฉันทำดีกับเธอเพียงพอแล้วหรือยัง"

"วันนี้ ฉันหมกมุ่นแต่ปัญหาของตัวเอง โดยลืมที่จะใส่ใจเธอไปหรือเปล่า"

"วันนี้ เธอเหนื่อยไหม เธอต้องการกำลังใจจากฉันหรือไม่"

"วันนี้ ฉันได้บอกเธอไปหรือยัง ว่าเธอมีความสำคัญต่อฉันแค่ไหน"

ฉันไม่สนใจหรอกว่า คนรักของฉันจะรักฉันตอบแค่ไหน

ฉันรู้แต่ว่า โลกนี้ช่างงดงามดีเหลือเกิน

เวลาที่เราเดินไปทางไหน ก็แอบมีเสียงเพลงอยู่ในใจ

หรือบางทีแค่คิดถึงเรื่องราวบางชั่วขณะระหว่างเราขึ้นมา ก็ทำให้ฉันมีรอยยิ้ม

ฉันได้แต่ขอบคุณ...ที่โลกนี้มีคนอย่างเขาเกิดขึ้นมา

แม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเราก็ตาม

จะแปลกอะไร แล้วจะเป็นอะไรไปเล่า

คนที่ทำให้หัวใจเรามีความสุข อบอุ่น และรู้สึกสงบงามอย่างเป็นธรรมชาติ

คงไม่ได้มีอยู่มากมายนักหรอกในโลกนี้


edit @ 2006/02/10 00:31:08

2006/Feb/06

เคยดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนานมาแล้ว เรื่องIndecent Proposal มีประโยคหนึ่งเด็ดมากๆ

If you love someone,set him free.

If he comes back,he will be yours forever.

If he doesn't, he never was.

"ถ้าคุณรักใครสักคน จงปล่อยเขาไป

ถ้าเขากลับมาหาคุณ เขาจะเป็นของคุณตลอดไป

แต่ถ้าเขาไม่กลับมา ก็เป็นเพราะว่าเขาไม่ใช่คนของคุณตั้งแต่ต้นแล้ว"

บางครั้งเราอาจจะไม่เชื่อประโยคที่ว่านี้ แต่จริงๆ แล้ว เหนือการลิขิตของตัวเราเอง

ยังมีบางสิ่งบางสิ่ง ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ และสิ่งนั้นชื่อว่า Destiny หรือโชคชะตา

อันได้แก่ โชค ลาภ วาสนา บุญทำ กรรมแต่ง

ที่เป็นเช่นนี้เพราะ กฎแห่งกรรม ทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัย คือมีที่มาที่ไปด้วยกันทั้งสิ้น

อย่างโชคลาภที่เกี่ยวกับการเดินทางก็เหมือนกัน ดิฉันเนี่ยได้ประสบกับตัวเองอยู่ร่ำไป

บางทีจะได้ไปทริปนี้แท้ๆ ก็มีเหตุปัจจัยให้ต้องมอบหมายลูกน้องไปแทนเสียนี่ ทั้งที่ในใจอิจฉาสุดๆ

เรื่องนี้ก็เป็นบุญเป็นโชคของแต่ละคน ก็ได้แต่คิดว่า สงสัยทริปนั้นเป็นโชคของน้องเขา เราจึงไม่ได้มีโอกาสไป ถ้าอยากเดินทางบ่อยๆ ต้องหมั่นทำบุญเป็นยวดยานพาหนะ ค่าเดินทางให้พระสงฆ์นะคะ

เรื่องเงินเดือนขึ้น เลื่อนตำแหน่ง เหล่านี้ก็มีเหตุ 2 อย่าง คือขยันในชาติปัจจุบัน กับบุญที่ทำมาแต่อดีต

เช่นการได้สนับสนุนหมู่คณะให้ก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ และยินดีอย่างเต็มใจ เป็นต้น

ดังนั้น อะไรที่เป็นของเรา ก็ต้องเป็นของเราวันยังค่ำนั่นแหละค่ะ

อย่าไปฟูมฟายกับของที่หายไปแล้ว หรือคนรักที่เดินจากไป

ถ้าอะไรไม่ใช่ของของเรา มันก็ต้องหลุดลอยจากเราไปในที่สุด

เพื่อตามหาเจ้าของที่เหมาะสมนั่นเองค่ะ


edit @ 2006/02/06 23:21:26